โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ
 
 
ประวัติความเป็นมา
        การใช้เทคโนโลยีการเกษตรหรือนวัตกรรมที่เหมาะสมเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการพัฒนาการเกษตร ที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตและสร้างแรงจูงใจในการกระตุ้นเศรษฐกิจการผลิตภาคการเกษตร โดยจำเป็นต้องมีการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างองค์กรวิจัยและพัฒนาภาคการเกษตร ที่เป็นแหล่งบริการความรู้เฉพาะด้านกับเกษตรกรเป้าหมายที่จะต้องนำความรู้วิทยาการใหม่ และบริการทางวิชาการโดยอาศัยช่องทาง (Channel) ต่าง ๆ ที่สามารถให้บริการตรงความต้องการและทันต่อเหตุการณ์ การจัดตั้งคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถทำให้การบริการทางวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยีบรรลุผลสำเร็จตามที่มุ่งหวังเร็วขึ้น ซึ่งการดำเนินงานในรูปแบบนี้จะเป็นการบูรณาการนักวิชาการแต่ละสาขาทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง พัฒนาที่ดิน ฯลฯ โดยอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์ เข้าช่วยในการปฏิบัติงาน ซึ่งสามารถเคลื่อนที่เข้าไปได้ทุกจุด สร้างแรงดึงดูดใจจากเกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่เป้าหมาย เป็นการกระตุ้นเกษตรกรให้เกิดการตื่นตัว และยอมรับนวัตกรรมใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี
        ในวโรกาสที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระชนมายุครบ 50 พรรษา ในปีพุทธศักราช 2545 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงขอพระราชานุญาตจัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่กราบบังคมทูลถวาย และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารทรงรับโครงการดังกล่าวไว้ในพระราชานุเคราะห์ และทรงพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตราสัญลักษณ์โครงการ

 

วัตถุประสงค์

1. เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร  ในการแก้ไขปัญหาด้านการผลิตทางการเกษตรได้อย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์
2. เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ  หน่วยงานส่งเสริมและศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล  ในการพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน  รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาร่วมกัน


 

เป้าหมาย

1. ให้บริการทางการเกษตรแก่เกษตรกรตามความต้องการ  และความเหมาะสมของพื้นที่รวมทั้งการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
2. เสริมสร้างความรู้และฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรหรือนวัตกรรมที่เหมาะสมแก่เกษตรกร


 

รูปแบบกิจกรรม

กิจกรรมด้านคลินิก  ได้แก่  การให้คำปรึกษา  ตรวจวิเคราะห์  และวินิจฉัยและให้บริการโดยการใช้อุปกรณ์และเครื่องมือทางห้องปฏิบัติการ
1. คลินิกพืช (กรมวิชาการเกษตร)  โรคและแมลงศัตรูพืช  วัชพืช  สารพิษตกค้าง  การขาดธาตุอาหารพืช  วัตถุมีพิษทางการเกษตร
2. คลินิกดิน (กรมพัฒนาที่ดิน)  วิเคราะห์และตรวจสอบดินและปุ๋ย
3. คลินิกสัตว์ (กรมปศุสัตว์)  โรคสัตว์  ควบคุมบำบัดโรคสัตว์  ตรวจรักษาพยาบาลสัตว์  ฉีดวัคซีนสัตว์
4. คลินิกประมง (กรมประมง)  โรคสัตว์น้ำ  เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  คุณภาพน้ำ กิจกรรมเสริมสร้าง  ความรู้  การฝึกอบรมและจัดนิทรรศการที่เป็นความต้องการของเกษตรกรหรือเป็นเทคโนโลยีที่เกษตรกรควรรู้  ได้แก่
5. คลินิกบัญชี (กรมตรวจบัญชีสหกรณ์)  การจัดทำบัญชีฟาร์ม
6. คลินิกชลประทาน (กรมชลประทาน)  การบริหารจัดการน้ำ ฯลฯ
7. คลินิกสหกรณ์ (กรมส่งเสริมสหกรณ์)  การดำเนินงานด้านสหกรณ์  ระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ
8. คลินิกกฎหมาย (สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม)  การดำเนินงานด้านกฎหมายที่ดิน
9. อื่น ๆ
10. กิจกรรมสนับสนุนโครงการสายใยรักจากแม่สู่ลูก
10.1 คลินิกอาชีพเสริมสำหรับแม่ (เพื่อเพิ่มรายได้ของครอบครัว)
- การแปรรูปอาหาร
- หัตถกรรม  อื่น ๆ
10.2 นิทรรศการเกษตรสมบูรณ์เพิ่มพูนสุขภาพแม่ลูก  (เพื่อโภชนาการของแม่และเด็กลดรายจ่ายของครอบครัว)
- ชุมชนในชนบท
- ชุมชนในเมือง

การติดตามให้บริการต่อเนื่อง

1. สำนักงานเกษตรจังหวัดร่วมกับหน่วยงานให้บริการคลินิกเกษตรแต่ละด้านจำแนกกลุ่มเกษตรกรที่เข้ารับบริการออกเป็น 2 กลุ่ม ตามระดับปัญหา คือ
    กลุ่มที่ 1  กลุ่มที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นรายครัวเรือน  โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งหรือหลายหน่วยงาน
    กลุ่มที่ 2  กลุ่มที่สามารถแก้ไขโดยการช่วยเหลือในภาพรวม  หรือช่วยเหลือเป็นรายกลุ่ม/พื้นที่
2. จัดทำโครงการและแผนดำเนินงาน  ในการช่วยเหลือร่วมกับเกษตรกรที่เข้ารับบริการ  องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยแบ่งงาน/โครงการออกเป็น 2 ระดับ  ได้แก่
    2.1 รายครัวเรือน เช่น ด้านพืช ด้านปศุสัตว์ ด้านประมง
    2.2 รายกลุ่มหรือรายพื้นที่ เช่น ด้านดิน ด้านสหกรณ์ ด้านชลประทาน ด้านกฎหมาย
3. ดำเนินการตามแผนการช่วยเหลือเกษตรกรที่เข้ารับบริการ
4. การให้บริการต่อเนื่องนั้นอาจดำเนินการโดยใช้ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล  เป็นกลไกในการดำเนินงาน  และให้เกษตรจังหวัดเป็นผู้ประสานงานกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (ปศุสัตว์จังหวัด  ประมงจังหวัด  พัฒนาที่ดินจังหวัด ฯลฯ)  ในระดับจังหวัดหรือระดับเขต  เพื่อจัดหาแผนการหมุนเวียนการเข้าไปให้บริการกับเกษตรกรในพื้นที่  โดยใช้ข้อมูลรายชื่อเกษตรกรที่เคยเข้ามารับบริการ    แต่ละคลินิกเป็นข้อมูลพื้นฐานในการให้บริการ